8 สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อม ก่อนเปิดร้านกาแฟ | Alpine Water ผู้นำด้านการผลิตและจำหน่าย เครื่องทำน้ำแข็งได้มาตรฐานสากลทั่วโลก

8 สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อม ก่อนเปิดร้านกาแฟ

8 สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อม ก่อนเปิดร้านกาแฟ

8 สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อม ก่อนเปิดร้านกาแฟ !

1. อุปกรณ์และเครื่องชงกาแฟ

แน่นอนว่าอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดในการเปิดร้านกาแฟก็คือ เครื่องชงกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องชงแบบเอสเปรซโซ หรือเครื่องดริปกาแฟ ซึ่งจำเป็นมากต่อการขาย ซึ่งโดยทั่วไปเครื่องชงกาแฟจะต้องเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น เครื่องชงกาแฟ จะต้องเลือกให้ตรงกับการชงกาแฟนั้นๆ เพื่อทำให้กาแฟมีรสชาติและกลิ่นที่ดี นอกจากนี้สำหรับร้านกาแฟที่ต้องชงกาแฟเป็นจำนวนมากต่อวัน ควรเลือกเครื่องที่มีความเสถียรในการชง แรงดันและอุณหภูมิน้ำต้องสม่ำเสมอ เพื่อมั่นใจได้ว่าสามารถรองรับการชงกาแฟหลายสิบแก้วในช่วงเวลาตอนเช้าที่อาจมีลูกค้ามาสั่งกาแฟเยอะเป็นพิเศษได้ ดังนั้นครื่องชงกาแฟขนาดใหญ่จึงมีราคาแพง

2. เครื่องทำน้ำแข็ง

ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ หรือร้านเครื่องดื่มไหนๆ ส่วนใหญ่ต้องมีเครื่องทำน้ำแข็ง เนื่องจากเครื่องทำน้ำแข็งมีประโยชน์ต่อร้านกาแฟหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็นสะดวกในการใช้งาน พนักงานสามารถตักน้ำแข็งใช้ได้ตลอด ไม่ต้องกลัวน้ำแข็งหมดกระทันหัน เพราะคนส่งมาส่งน้ำแข็งไม่ทัน การใช้งานของเครื่องทำน้ำแข็งก็ง่าย รวมไปถึงน้ำแข็งที่ผลิตจากเครื่องทำน้ำแข็งมีความสะอาดมากกว่าน้ำแข็งจากข้างนอกอีกด้วย และอีกหนึ่งประโยชน์ที่สำคัญมากๆ นั้นก็คือ ประหยัดค่าใช้จ่ายต่อเจ้าของร้านกาแฟได้มากถึง 50% เทียบกับการใช้น้ำแข็งข้างนอก การเลือกเครื่องทำน้ำแข็งก็ต้องเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน ซึ่งเจ้าของร้านควรคำนึงในเรื่องของปริมาณการใช้งานในแต่ละวัน หรือลักษณะของน้ำแข็งส่งผลต่อรสชาติของกาแฟเช่นกัน โดยส่วนใหญ่ร้านกาแฟชื่อดัง ยกตัวอย่างเช่น สตาร์บัค ทรูคอฟฟี่ นิยมใช้น้ำแข็งทรงสี่เหลี่ยมบาง(Half Cube) เพราะน้ำแข็งรูปทรงนี้ละลายช้ากว่า และยังทำให้แบรนด์ร้านหรือเครื่องดื่มมีรูปลักษณ์ที่ดีต่อลูกค้ามากขึ้นอีกด้วย ถ้าเห็นประโยชน์อย่างนี้แล้วจะมีหรือที่จะไม่จัดเครื่องทำน้ำแข็งด้วย!!

3. ระบบจัดการร้าน (POS)

ระบบจัดการร้านหรือ Point Of Sale ระบบหรือโปรแกรมที่ช่วยให้เจ้าของร้านกาแฟของคุณสามารถทำงานในร้านได้อย่างราบรื่น เนื่องจากภายในระบบ POS สามารถบันทึกข้อมูลภายในร้าน ทั้งนับสต็อคสินค้า การจัดการวัตถุดิบ การบันทึกราคาขาย บันทึกยอดรายรับรายจ่ายและบอกยอดกำไรอีกด้วย ดังนั้นการมีระบบ POS จึงเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเจ้าของร้านกาแฟเป็นอันดับต้นๆ  เมื่อเรามีระบบการจัดการร้านที่ดี ก็จะทำให้ทราบยอดขาย ต้นทุนที่เสียหรือจำนวนวัตถุดิบที่ต้องใช้ในแต่ละวัน ซึ่งสามารถช่วยให้ควบคุมรายรับรายจ่ายของทางร้านกาแฟได้ และทำให้เจ้าของร้านสามารถรู้ว่าเมนูไหนขายดี มีเมนูไหนที่สามารถปรับให้เป็นเมนูที่แปลกและแตกต่าง เพื่อที่จะสามารถดึงดูดลูกค้าใหม่ได้อีกเพียบ

4. ตู้เก็บความเย็น

ที่ร้านกาแฟส่วนใหญ่ต้องมีส่วนผสมอื่นๆที่ต้องใช้ความเย็นในการเก็บรักษา รวมถึงอาหารและเบเกอรี่ที่ทางร้านกาแฟมีขายให้กับลูกค้า ดังนั้นร้านกาแฟต้องมีตู้เก็บความเย็นหรือตู้แช่เบเกอรี่ เนื่องจากร้านกาแฟ มีทั้งเบเกอรี่ที่สำหรับขายและยังมีวัตถุดิบในการทำการกาแฟ เช่น นม น้ำผลไม้ ซอสคาราเมล เป็นต้น การคำนึงถึงการออกแบบก็สำคัญ เรื่องความสวยงามของตู้เก็บความเย็น ซึ่งทำให้ร้านกาแฟน่าดึงดูดให้ลูกค้ามาเลือกซื้อขนมเบเกอรี่ และสะดวกง่ายต่อบาริสต้าหรือหนักงานในการหยิบของด้วย ที่สำคัญควรเลือกซื้อตู้แช่ที่มีความเหมาะสมต่อการใช้งาน ขนาดที่พอต่อการใช้งาน แบรนด์วัสดุของตู้แช่ก็เป็นส่วนที่จะช่วยลดต้นทุนได้หรือไม่ได้ด้วย ถ้าวัสดุดีก็จะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากขึ้นด้วย

5. เครื่องปั่น

อีกหนึ่งเมนูยอดฮิตสำหรับร้านกาแฟ ก็คือ เมนู Frappe หรือ Smoothies ซึ่งร้านกาแฟหลายร้านก็ควรมีเครื่องปั่นติดร้านไว้ด้วย เพื่อให้เป็นตัวเลือกให้กับลูกค้าเพิ่มได้อีกด้วย เนื่องจากประเทศไทยอากาศร้อนอบอ้าว ซึ่งการมีเมนูปั่นช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับลูกค้าได้อย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งการลงทุนในเครื่องปั่นค่อนข้างง่าย เนื่องจากมีราคาที่ไม่สูงมาก แต่ก็จะดูจากการใช้งานเป็นหลัก โดยเรื่องการเลือกมอเตอร์ที่มีกำลังวัตต์มากกว่า 1,500 วัตต์ขึ้นไป เพื่อการปั่นสมูทตี้ที่ละเอียดทำให้น้ำรสชาติอร่อยและยังดูน่าดื่มอีกด้วย การใช้งานเครื่องปั่นก็ไม่ควรเปิดใช้งานต่อเนื่องนานเกินไป ควรพักเครื่องปั่นบ้างเพื่อช่วยรักษามอเตอร์และตัวเครื่องที่ช่วยยืดอายุการใช้งาน

6. อุปกรณ์ทำอาหาร

ร้านกาแฟมีเครื่องดื่ม ก็ต้องมีเบเกอรี่หรืออาหารทานเล่นกินคู่กันไปด้วย เมนูตามร้านกาแฟส่วนใหญ่ จะมีอาหารเช้า เช่น แซนวิช ขนมปังปิ้ง แพนเค้ก หรือชุดอาหารเช้า ที่สามารถทำได้ง่าย ซึ่งไม่ยุ่งยากที่ต้องมีครัวหรือวัตถุดิบมากมาย โดยร้านกาแฟหาซื้อเพียงเครื่องทำปิ้งขนมปัง กระทะทำแพนเค้ก หรือทอดไข่ดาว ไส้กรอกเท่านั้น ซึ่งเหมาะสำหรับทำควบคู่กับร้านกาแฟเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

7. กล่องเก็บวัตถุดิบและขวดปั๊มส่วมผสม

เนื่องจากร้านกาแฟต้องใช้วัตถุดิบหรือส่วนผสมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดกาแฟ นม ท็อปปิ้ง น้ำเชื่อมไซรัป หรืออาจจะเป็นวัตถุดิบอื่นๆ ซึ่งการเก็บรักษาเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย ยกตัวอย่างเช่น การเก็บเมล็ดกาแฟ ก็ควรเก็บไว้ในถุงกาแฟหรือกล่องใส่เมล็ดกาแฟ ซึ่งควรต้องทึบแสงเพื่อทำให้เมล็ดกาแฟมีรสชาติและคุณภาพที่ดี นอกจากนี้ขวดใส่น้ำเชื่อม ท็อปปิ้งต่างๆก็ควรจะมีคุณภาพที่ดี เพราะจะช่วยให้ยืดอายุของส่วนผสมนั้นๆได้เพิ่มขึ้น หรือง่ายต่อการใช้งานต่อพนักงานก็ได้ ซึ่งเจ้าของร้านกาแฟควรคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ด้วย

Share this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *